การวัดหาขั้วไดโอด

       ไดโอดนั้นทำงานเหมือนสวิทช์ คือจะมี 2 สภาวะ คือไบแอสตรงเหมือนสวิทช์ต่อวงจร (ON) ไบแอสกลับเหมือนสวิทช์ตัดวงจร (OFF) ดังนั้นเมื่อนำไดโอดไปวัดด้วยโอห์มมิเตอร์ สภาวะการทำงานของไดโอด ก็จะเหมือน 2 สภาวะ การตรวจหาขาไดโอด วัดการขาด และการซ้อตของไดโอด ควรใช้ย่าน R*1 , R*10 หรือ R*100 แต่ถ้าต้องการวัดการลีด (รั่ว) หรือการเสื่อมของไดโอด ควรใช้ย่าน R*10K


รูปแสดงการใช้โอห์มมิเตอร์วัดไดโอด


จากรูปที่ 1 เป็นการวัดไดโอดโดยจ่ายไบแอสตรง จากแบตเตอรี่ภายในโอห์มมิเตอร์ให้กับตัวไดโอด ตั้งย่านวัดโอห์มมิเตอร์ที่ R*1 หรือ R*10 ก็ได้ วัดแล้วเข็มมิเตอร์จะขึ้นไปทางขวามือ ชี้ค่าโอห์มต่ำค่าหนึ่ง ไม่ใช่ 0W
จากรูปที่ 2 เป็นการวัดไดโอดโดยจ่ายไบแอสกลับ จากแบตเตอรี่ภายในโอห์มมิเตอร์ให้กับไดโอด ตั้งย่าน R*1 หรือ R*10 เข็มมิเตอร์ จะไม่ขึ้น ชึ้ค่าที่ตำแหน่งอินฟินิตี
การวัดหาขาของไดโอด ให้ใช้ครั้งที่เข็มมิเตอร์ขึ้น ในการสรุปผล จะได้ว่าขั้วบวก (+) ภายในแบตเตอรี่ของโอห์มมิเตอร์วัดที่ขาใด ขานั้นคือขาแอโนด (A) ขั้วลบ(-)ภายในแบตเตอรี่ของโอห์มมิเตอร์วัดที่ขาใด ขานั้นคือขาแคโถด (K)
การวัดการขาดและการซ้อตของไดโอด ไดโอดสภาวะปกติจะวัดด้วยโอห์มมิเตอร์ขึ้นครั้งหนึ่ง และไม่ขึ้นครั้งหนึ่ง ถ้าหากการวัดไดโอดโดยการสลับสายวัดทั้งสองครั้ง เข็มมิเตอร์ขึ้นชี้ 0W ทั้งสองครั้ง แสดงว่าไดโอดซ้อต ถ้าการวัดไดโอดโดยการสลับสายวัดทั้งสองครั้ง เข็มมิเตอร์ไม่ขึ้นชึ้ที่อินฟินิตีทั้งสองครั้ง แสดงว่าไดโอดขาด
การวัดลีด (รั่ว) และการเสื่อมของไดโอดจะตั้งย่านวัดของโอห์มมิเตอร์ที่ย่าน R*10K และวัดไดโอดในสภาวะจ่ายไบแอสกลับ คือขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ภายในโอห์มมิเตอร์วัดที่ขาแอโนด (A) ขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ภายในโอห์มมิเตอร์วัดขาแคโถด (K) ถ้าเข็มมิเตอร์ไม่ขึ้น ชี้ค่าที่อินฟินิตี แสดงว่าไดโอดปกติ แต่ถ้าเข็มมิเตอร์ขึ้นไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม แสดงว่าไดโอดลีด (รั่ว) หรือเสื่อม
หมายเหตุ โครงสร้างภายในของโอห์มมิเตอร์ จะมีขั้วของแบตเตอรี่ภายในตรงข้ามกับขั้วของสายวัดที่กำกับไว้ภายนอก ถ้าขั้วภายนอกเป็นลบ (-) แบตเตอรี่ภายในจ่ายมาเป็นบวก (+) ถ้าขั้ภายนอกเป็นบวก (+) แบตเตอรี่ภายในจ่ายมาเป็นลบ (-)


ข้อมูลจาก http://www.geocities.com/sayan_make/semiconductor/diode/test.html